พระเจ้าคือใครและพระเจ้าเป็นแบบไหน?

สงสัยบ้างไหมว่าพระเจ้าคือใครและพระเจ้าเป็นแบบไหน?

“พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และความมืดในพระองค์ไม่มีเลย” — 1 ยอห์น 1:5

คุณอาจจะเคยได้ยินว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง. พระเจ้าพระบิดาของเราทรงฉายส่องความสว่างของพระองค์ออกมาเพื่อให้ทุกคนสามารถรู้ได้ว่าพระองค์คือใคร. พระเจ้าคือใคร? พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง (ที่ฉายส่องออกมาเป็นความจริงที่เที่ยงแท้เพียงหนึ่งเดียวในทั้งจักรวาลนี้) และในพระองค์ก็ไม่มีความมืดเลย.

ความสว่างคืออะไร? คำจำกัดความของ “ความมืด” ก็คือการขาดไปซึ่งความสว่าง. ความสว่างของพระเจ้าย่อมช่วยมนุษยชาติให้รอดจากการตกอยู่ในความมืดและความตาย. ความมืดเป็นสิ่งที่เราสามารถเห็นได้จากเหตุการณ์เศร้าสลดที่ไม่เป็นธรรม และเป็นสิ่งที่เราพอจะสัมผัสได้ในคำพูดที่โป้ปดหรือบทความที่หลอกลวง. ความมืดส่งผลให้เรารู้สึกไม่สบายใจ, ไม่สงบสุข, กระวนกระวาย, หดหู่, และเจ็บปวด. เราต้องรู้ว่าความมืดไม่มีทางเป็นการสำแดงของพระเจ้าได้. สิ่งที่พระเจ้าสำแดงออกมานั้นย่อมเป็นความสว่างเสมอ.

ความสว่างทำให้คุณสามารถรู้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้พระเจ้าชอบพระทัยและอะไรคือสิ่งที่ทำให้พระองค์มีความสุข. พระเจ้าสามารถฉายส่องแก่คุณได้ผ่านทางพระวิญญาณของพระองค์, พระคำของพระองค์, และการอธิษฐาน. ถ้าคุณยังไม่เคยอธิษฐาน คุณจะลองอธิษฐานดูก็ได้ว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดฉายส่องแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้ว่าพระองค์คือใคร.” ถ้าคุณยิ่งคงอยู่ในความสว่างของพระเจ้า พระองค์ก็จะยิ่งฉายส่องคุณได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้คุณรู้สึกถึงชีวิตและสันติสุข แทนที่จะรู้สึกไม่สบายใจและไม่อิ่มหนำ.

“พระเจ้าทรงเป็นความรัก” — 1 ยอห์น 4:8

พระเจ้ายังเป็นความรักด้วย. พระคัมภีร์ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าพระเจ้าทรงรัก แต่บอกว่าตัวของพระองค์เองก็คือความรัก. นี่หมายความว่าเนื้อแท้ของพระเจ้าก็คือความรัก. พระเจ้าทรงรักมนุษย์เสมอมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งกาลเวลาในนิรันดร์กาล. แม้มนุษย์จะตกต่ำไป แต่พระองค์ก็ยังคงรักมนุษย์. พระเจ้ายังทรงรักมนุษย์ตลอดมาจนถึงวันนี้ และพระเจ้าก็จะทรงรักมนุษย์ตลอดไปชั่วนิรันดร์.

เราถูกเนรมิตสร้างขึ้นมาตามพระฉายาและลักษณะของพระเจ้า และเราก็สามารถเห็นได้ว่า คุณธรรมของเราคือเงาที่สะท้อนให้เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น. แม้ว่ามนุษย์จะตกต่ำและเสื่อมเสีย แต่ภายในของมนุษย์ก็ยังคงปรารถนาความรัก. พระเจ้าทรงเป็นความรัก และพระเจ้าทรงรักมนุษย์โลก. พระเจ้าทรงมีความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไร้ขอบเขตจำกัด ไม่เหมือนกับความรักที่มีต้นกำเนิดมาจากตัวเราเองซึ่งในที่สุดก็ต้องสิ้นสุดลงและมีขีดจำกัด. ขอเพียงแค่เราได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้า เราก็จะรู้ได้ในทันทีว่ารักแท้คืออะไร.

ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะพยายามรักคนในครอบครัว, เพื่อนๆ, กระทั่งเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมงานของคุณทุกคน. แต่ถ้าคู่สมรส, ลูกๆ, พ่อแม่, พี่น้อง, และเพื่อนของคุณทำให้คุณโกรธหรือรู้สึกรำคาญ คุณจะยังคงรักพวกเขาอยู่ไหม? คุณคิดหรือว่าคุณจะสามารถรักพวกเขาแต่ละคนได้ตลอดไป? กระทั่งความรักในสายเลือดที่พ่อแม่มีต่อลูก ท้ายที่สุดแล้วการแสดงออกของความรักเช่นนี้ก็ยังค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา. มีเพียงพระเจ้าผู้ที่พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงเท่านั้น จึงจะรักมนุษย์และคนบาปทุกคนได้อย่างไม่มีเงื่อนไข. พระองค์ทรงรักเราในทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าสภาพการณ์ของเราจะเป็นอย่างไรก็ตาม.

บางคนคิดว่า เขาต้อง “ทำ” บางสิ่งก่อน พระเจ้าจึงจะได้รักเขา หรือเขาจะต้องทนทุกข์บางอย่างก่อน พระเจ้าถึงจะชอบพระทัย. ความคิดที่ว่านี้อยู่ในความมืดอย่างสิ้นเชิง และนั่นไม่ใช่จุดมุ่งหมายของพระเจ้า. พระเจ้าทรงต้องการให้คุณรู้จักพระองค์และรู้จักความรักที่พระองค์มีต่อคุณ. นี่คือเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระคัมภีร์ได้เปิดเผยไว้ — พระเจ้าทรงรักคุณ. เมื่อคุณอยู่ในความสว่าง คุณก็จะสามารถรู้จักความรักที่พระเจ้ามีต่อคุณด้วย. คุณสามารถอธิษฐานได้ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดแสดงความรักของพระองค์แก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะรู้จักพระองค์มากขึ้น และขอทรงเป็นความรักที่แท้จริงในข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะสามารถรักผู้อื่นได้.”


แบ่งปันให้ผู้อื่น